วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

แต้มต่อ

แต้มต่อ
โลกในมุมมองของ Value Investor
คำโบราณที่ว่า แข่งเรือ แข่งพาย แข่งได้ แต่แข่งวาสนานั้นแข่งไม่ได้ ดูเหมือนจะมีความเป็นจริงอยู่มากทั้งในเรื่องของชีวิต ธุรกิจ และ หุ้น
การแข่งขันเพื่อความสำเร็จในชีวิตนั้น มักจะมีความไม่เท่าเทียมกันของผู้แข่งขันนั่นก็คือ คนเกิดมาไม่เท่ากันหรืออาจจะเรียกว่ามีวาสนาไม่เท่ากัน บางคนเกิดมาตัวโต บางคนตัวเล็ก บางคนเกิดมามีไอคิวสูง บางคนก็ไม่ฉลาดนัก บางคนเกิดมาหน้าตาดี บางคนแต่งเท่าไรก็ไม่ขึ้น บางคนเกิดจากพ่อแม่ที่มีตระกูลสูงหรือร่ำรวย แต่บางคนเกิดจากพ่อแม่ที่ยากจน เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะชนะในการแข่งขันเพื่อความสำเร็จของคนเรานั้น ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้อยู่ที่ความพยายามหรือการฝึกฝนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสถานะบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้หรือเป็นเรื่องของวาสนา


คนที่โชคดีมีสถานะที่ได้เปรียบนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นผู้ชนะเสมอไป การที่จะประสบความสำเร็จได้ยังต้องอาศัยความพยายามและการฝึกฝนอย่างหนัก แต่การมีสถานะที่ดีนั้นเท่ากับมี “แต้มต่อ” ซึ่งจะทำให้เขาได้เปรียบคู่แข่ง และการได้เปรียบนี้เป็นการได้เปรียบที่ถาวร ซึ่งจะทำให้โอกาสชนะของเขามีมากกว่าคนอื่น


แต้มต่อในชีวิตของคนที่ผมเห็นว่าสามารถกำหนดความสำเร็จหรือได้ “ชัยชนะ” ในการแข่งขันมีหลายข้อ เริ่มตั้งแต่เรื่องของไอคิวหรือความฉลาดซึ่งผมเห็นว่าเป็นแต้มต่อที่สำคัญมาก นั่นก็คือ คนที่เกิดมา “หัวดี” นั้นโอกาสที่จะประสบความสำเร็จจะมีค่อนข้างสูง ยิ่งถ้าเป็นอัจฉริยะเรียนหนังสือจบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หรือ เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก แบบนี้ ความสำเร็จก็รออยู่แค่เอื้อม


ความฉลาดที่โดดเด่นนั้น ผมคิดว่าควรเป็นความฉลาดที่สมดุลมีความหลากหลายคือเก่งทั้งทางด้านศิลปะและวิทยาศาสตร์และมีความรอบรู้หลายด้าน บางคนบอกว่ามีทั้ง IQ และ EQ สูง และนี่จะเป็นสุดยอดของคนที่จะประสบความสำเร็จเพราะเขาจะมีแต้มต่อสูงลิ่ว


รูปสมบัติ หรือ รูปร่างหน้าตาเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนประสบความสำเร็จได้ไม่น้อยไปกว่าความฉลาดเหมือนกันโดยเฉพาะที่เจ้าตัวรู้จักที่จะใช้คุณสมบัตินั้น


งานที่เหมาะกับการใช้รูปร่างหน้าตานั้นมีมากมายและเห็นได้ชัดเจนว่าคนที่รูปร่างหน้าตาดี มีแต้มต่อมหาศาลและประสบความสำเร็จสูงมากนั้นเริ่มตั้งแต่งานในวงการบันเทิงเช่น การแสดง การเป็นนางแบบ และการเป็นพิธีกรรายการต่าง ๆ ไปจนถึงงานทางการเมืองที่เรามักเห็นคนหน้าตาดีได้รับการเลือกตั้ง และได้รับการยอมรับว่าเป็นนักการเมืองขวัญใจประชาชน ทั้งหลายเหล่านี้แม้ว่าความสามารถก็มีความสำคัญ แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า รูปร่างหน้าตาเป็นแต้มต่อที่ช่วยให้เขาเหล่านั้นชนะคู่แข่งและขึ้นมาเป็น “ซุปเปอร์สตาร์” อย่างที่คู่แข่งไม่สามารถทำได้


ว่าที่จริงถ้าให้เลือกว่าจะเป็นคนฉลาด หรือคนสวยหรือหล่อ ผมคิดว่าคนคงอยากจะสวยหรือหล่อมากกว่า เพราะนี่คือแต้มต่อที่น่าจะนำพาไปสู่ความสำเร็จที่ง่ายและมีประสิทธิผลสูงกว่าความฉลาด ถ้าจะว่าไปคนมักไม่ค่อยรู้ว่าใครฉลาด แต่ความสวย หล่อ หรือ รูปร่างดีนั้น คนทั่วไปมองทีเดียวก็รู้แล้ว


การเกิดในตระกูลสูงหรือพ่อแม่ร่ำรวยเป็นนักธุรกิจก็เป็นพาสปอร์ตสู่ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง และอาจจะเป็นความสำเร็จที่ได้มาโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับแต้มต่อแบบอื่น เพราะการ “รับมรดก” นั้น คุณไม่ต้องทำอะไรมากเนื่องจากคนที่มาก่อนเขาทำให้หมดแล้ว คนที่รับมรดกเพียงแต่เข้าไป “รักษา” หรือ “ต่อยอด” ในสิ่งที่ประสบความสำเร็จและดีอยู่แล้ว


นอกจากการเป็นทายาทแล้ว การแต่งงานกับคนที่ร่ำรวยมีชื่อเสียงก็มีผลในทำนองเดียวกันเพียงแต่ความสำเร็จน่าจะมีความจำกัดมากกว่า อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นแต้มต่อที่อาจจะ “ได้มา” แทนที่จะเป็นเรื่องของโชคชะตา


ความสามารถพิเศษหรือที่เรียกกันว่า กิฟท์ เป็นแต้มต่อที่สำคัญอีกแบบหนึ่งที่ทำให้คนประสบความสำเร็จสูงโดยเฉพาะในปัจจุบันที่เป็นยุคของการสื่อสารมวลชน ความสามารถพิเศษที่สร้างความสำเร็จสูงมีตั้งแต่การพูด กีฬา และการแสดง


หลายคนอาจจะบอกว่าความสามารถเหล่านั้นมักจะไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์แต่เกิดจากความพยายามและการฝึกฝนอย่างหนัก ข้อนี้ผมคงไม่เถียง ผมเชื่อว่าไม่มีใครเก่งได้โดยไม่ต้องฝึกหนัก แต่คนที่มีพรสวรรค์นั้นมักจะฝึกได้เร็วและชอบที่จะฝึกตลอดเวลา และนี่คือแต้มต่อที่ทำให้คนเหล่านั้นประสบความสำเร็จเหนือคนอื่น


การแข่งขันทางธุรกิจเองก็มีเรื่องของ “แต้มต่อ” ที่จะทำให้บริษัทหนึ่งได้เปรียบบริษัทอื่นและทำให้ประสบความสำเร็จสูง


แต้มต่อของธุรกิจเองก็มีหลากหลายและเราต้องค้นให้พบ ลักษณะสำคัญของแต้มต่อทางธุรกิจก็คือจะต้องเป็นสิ่งที่บริษัทมีและทำให้บริษัทได้เปรียบคนอื่น และสิ่งที่บริษัทมีนั้น บริษัทอื่น ๆ ไม่มีและการที่บริษัทอื่นจะสร้างหรือแสวงหามาก็ทำได้ยากมากหรือต้องใช้เวลานานกว่าที่จะได้มา


เป็นการยากที่จะบอกว่าอะไรคือแต้มต่อในแต่ละธุรกิจโดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีกฎเกณฑ์และวัฒนธรรมเฉพาะของตนเองในการทำธุรกิจ แต่แต้มต่อหลัก ๆ ที่นำมาประยุกต์ได้มี 2 แบบนั่นก็คือ


การเป็นผู้ผลิตที่มีต้นทุนต่ำกว่าคนอื่น บริษัทที่จะมีแต้มต่อนี้ได้อย่างถาวรก็คือบริษัทที่ผลิตมากกว่าคนอื่นมาก ๆ เพราะการผลิตมากทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลงเนื่องจากสามารถซื้อวัตถุดิบจำนวนมากซึ่งจะทำให้ได้ราคาต่ำ นอกจากนั้นเครื่องจักรที่ใช้มักจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า


แต้มต่อสำคัญแบบที่สองคือ การเป็นบริษัทที่ขายสินค้าที่มีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ไม่ว่าความแตกต่างนั้นจะเป็นความแตกต่างจริงหรือเป็นความแตกต่างที่เกิดจาก “ความรู้สึก” ของลูกค้า


การที่บริษัทมีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งจะทำให้บริษัทสามารถทำกำไรได้มากกว่า หรือสามารถขายสินค้าได้ในราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ในขณะที่ความแตกต่างที่โดดเด่นของสินค้าจะทำให้บริษัทสามารถตั้งราคาขายสูงกว่าคู่แข่งได้ หรือสามารถทำให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นแบบใด นี่คือแต้มต่อสำคัญทางธุรกิจที่จะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จเหนือคู่แข่งขันเป็นเวลานาน และหุ้นของบริษัทเหล่านี้คือหุ้นที่น่าสนใจในการลงทุนหากราคาไม่แพงเกินไป

ไม่มีความคิดเห็น: