อาณาจักร
โลกในมุมมองของ Value Investor
สมัยที่ผมเริ่มทำงานใหม่ ๆ เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของธุรกิจในประเทศไทยก็คือข้าว ผู้นำอาณาจักรข้าวที่ยิ่งใหญ่ก็จะเป็นคนที่มีชื่อเสียง พูดอะไรออกไปคนทั่วไปรวมถึงผู้นำของรัฐบาลก็ต้องรับฟัง เจ้าของอาณาจักรข้าวถือเป็นคนร่ำรวยระดับประเทศ ลูกหลานของเขาก็เป็นไฮโซที่ทุกคนอิจฉา
อาณาจักรข้าวอยู่ไม่นานก็เสื่อมโทรมลง การค้าข้าวคงได้กำไรน้อยลงไปเรื่อย ๆ พร้อมกับการขึ้นมาของอาณาจักรสิ่งทอ จ้าวพ่อสิ่งทอคือคนที่มีบารมีเป็นที่เกรงขามของนักธุรกิจทั่วไป กำไรของการทำสิ่งทอคงจะสูงมากทำให้มีการขยายงานออกไปรวดเร็วจนต้องมีการกู้เงินมาใช้มหาศาล แต่แล้วสิ่งทอก็ประสบกับการแข่งขันอย่างหนักจากประเทศที่ก้าวตามไทยทั่วโลก
การเสื่อมลงของธุรกิจสิ่งทอทำให้อาณาจักรสิ่งทอที่เคยยิ่งใหญ่หลายแห่งล้มลง เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักจ้าวพ่อสิ่งทอที่โด่งดังในอดีตแล้ว แต่อาจจะได้ยินข่าวว่าที่ดินแปลงงามบางแปลงที่เคยเป็นฐานใหญ่ของอาณาจักรสิ่งทอบางแห่งกำลังจะถูกใช้สร้างสถานที่ราชการสำคัญ
อุตสาหกรรมหลาย ๆ อย่างในเมืองไทยไม่ปรากฎว่ามีใครสามารถสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ได้ นั่นคือธุรกิจต่างก็ต่อสู้แข่งขันกันไม่มีใครโดดเด่นจนสามารถขยายกิจการครอบคลุมตลาดในวงกว้างจนมีอำนาจเหนือบริษัทเล็กบริษัทน้อยอื่น ๆ อุตสาหกรรมบางอย่างมีคนพยายามสร้างอาณาจักรจนเกือบจะสำเร็จแต่ก็พลาดในตอนท้ายที่สุดก็มี
ที่เห็นอยู่เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็คืออาณาจักรของเอกธนกิจหรือฟินวันในวงการเงินทุนหลักทรัพย์ที่เกือบจะกลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ได้ถ้าไม่ใช่เพราะภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ทำให้อาณาจักรล่มสลายเสียก่อน และแน่นอน ปัญหาใหญ่ที่สุดที่ทำลายอาณาจักรฟินวันก็คือเรื่องของหนี้สินที่สูงมากที่ถูกนำมาใช้ในการขยายอาณาจักร
อาณาจักรที่ประสบความสำเร็จและอยู่ต่อเนื่องมายาวนานแม้ว่าการขยายตัวของอาณาจักรจะดำเนินไปอย่างช้า ๆ ตามการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมนั้นในประเทศก็คืออาณาจักรของกลุ่มสหพัฒน์ในกลุ่มของสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มของเซ็นทรัลในธุรกิจค้าปลีกที่เป็นห้างสรรพสินค้า การที่อาณาจักรทั้งสองกู้หนี้น้อยน่าจะเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้อาณาจักรสามารถดำรงอยู่ได้แม้ในช่วงภาวะวิกฤติที่ผ่านมาหลายครั้ง
เช่นเดียวกับอาณาจักรทางการเกษตรของกลุ่มซีพีซึ่งเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วและเป็นจ้าวธุรกิจการเกษตรและต่อเนื่องมาถึงอาหาร พร้อม ๆ กับการขยายตัวไปในธุรกิจอื่น ๆ อีกหลายอย่างแม้ว่าจะยังไม่สามารถที่จะสร้างเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับธุรกิจอาหารได้
อาณาจักรที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานแต่เติบโตเร็วมากน่าจะเป็นอาณาจักรสื่อสารของกลุ่มชินซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ขยายตัวเร็วทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และควบคู่กันมาก็คืออาณาจักรของเหล้าเบียร์ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่แต่การเติบโตของกลุ่มเบียร์ช้างจนกลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ก็ถือว่าเป็นอาณาจักรที่ค่อนข้างใหม่ที่เกิดขึ้นมาแทนที่อาณาจักรเดิมที่มีอยู่
ผมเขียนเล่าเรื่องของอาณาจักรต่าง ๆ ก็เพราะอาณาจักรนั้นมีผลกับหุ้นที่เราซื้อขายในตลาดอยู่ไม่น้อย การเฟื่องฟูหรือความเสื่อมของอาณาจักรมักจะส่งผลถึงความเฟื่องฟูของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในอาณาจักรด้วย เพราะฉะนั้น ประเด็นสำคัญข้อหนึ่งก็คือ เราจะต้องรู้ว่าวงจรชีวิตของอาณาจักรเป็นอย่างไร
ประเด็นสำคัญข้อสองก็คือ อาณาจักรแต่ละแห่งมีวัฒนธรรมและวิธีการบริหารงานของตนเอง ถ้าเรารู้ว่าพฤติกรรมของอาณาจักรเป็นอย่างไร โอกาสก็เป็นไปได้สูงว่าบริษัทที่อยู่ในอาณาจักรก็จะมีแบบแผนที่คล้ายกัน
แน่นอนว่าเราอยากลงทุนกับบริษัทที่อยู่ในอาณาจักรที่ยังเติบโตต่อไปได้อีกนาน โดยที่ความเสี่ยงของการเสื่อมโทรมหรือล่มสลายมีน้อย นั่นคือ ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ มีหนี้น้อย และมีความระมัดระวังในการขยายอาณาจักร เช่นเดียวกัน เราอยากอยู่กับอาณาจักรที่เจ้าของมีธรรมาภิบาลสูง และมองประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคนโดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเรา
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น