วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ฝีมือผู้บริหาร

ฝีมือผู้บริหาร
โลกในมุมมองของ Value Investor
การวิเคราะห์หุ้นที่จะลงทุนในประเด็นของผู้บริหารนั้น สำหรับผมแล้วจะเน้นในด้านของธรรมาภิบาลหรือความซื่อสัตย์และการดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคนโดยเฉพาะรายย่อยเป็นหลัก ส่วนเรื่องของฝีมือนั้น ผมจะให้น้ำหนักน้อยกว่า เหตุผลนั้นมีมากมายซึ่งผมจะพูดต่อไป แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น ผมขออ้างคำพูดของวอเร็นบัฟเฟตต์ในเรื่องนี้ก่อน..
“ข้อสรุปของเราก็คือ ด้วยข้อยกเว้นน้อยมาก เมื่อผู้จัดการที่มีชื่อเสียงยอดเยี่ยมเข้ามาจัดการธุรกิจที่มีชื่อเสียงยอดแย่ในด้านของการทำกำไร สิ่งที่จะยังคงเหลืออยู่ก็คือชื่อเสียงของธุรกิจ” และ “ผมชอบธุรกิจที่ เมื่อมันไม่ได้มีการจัดการอะไรเลย ก็ยังคงทำเงินมากมาย นั่นคือธุรกิจที่ผมชอบ”

ผมเองเชื่อว่าปัจจัยเรื่องของฝีมือของผู้บริหารน่าจะมีส่วนต่อความสำเร็จของธุรกิจอยู่ไม่น้อย แต่ประเด็นก็คือ

ข้อแรก ฝีมือที่จะเห็นได้ชัดเจนมักจะเป็นฝีมือเฉพาะด้าน เช่น ในด้านของการตลาด หรือในด้านของการผลิต หรือในด้านของการเงิน หรือการวิ่งเต้นมีเส้นสายกับผู้มีอำนาจที่จะให้ผลประโยชน์ แต่ฝีมือโดยรวมที่เป็นเรื่องสำคัญกว่านั้นเป็นการยากที่จะบอกว่าผู้บริหารมีความโดดเด่นแค่ไหน

ข้อสอง ผู้บริหารเพียงคนเดียวอาจจะไม่สามารถที่จะสร้างความแตกต่างให้กับบริษัทได้มากนักถ้ากิจการนั้นมีขนาดใหญ่ มีความซับซ้อน และต้องการฝีมือของคนจำนวนมากโดยเฉพาะในผู้บริหารระดับกลาง นอกจากนั้น ผู้บริหารระดับสูงสุดที่มีความสามารถสูงอาจจะออกจากบริษัทเมื่อไรก็ไม่มีใครรู้ หรือแม้ว่าอาจจะไม่ออกจากบริษัทแน่นอนด้วยเหตุผลบางอย่างแต่ก็อาจจะ ”มีอันเป็นไป” ได้เสมอ เหนือสิ่งอื่นใด คนเราไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ดังนั้น การลงทุนโดยพึ่งพิงกับผู้บริหารเพียงคนเดียวจึงเป็นเรื่องที่อันตราย

ข้อสุดท้ายก็คือ แม้ว่าจะสรุปได้อย่างมั่นใจว่าผู้บริหารมีความสามารถ ผู้บริหารในระดับรองก็มีความสามารถ และความสามารถนี้มีส่วนอย่างสำคัญต่อความสำเร็จของบริษัท แต่ประเด็นก็คือ ความสามารถนั้นอาจจะถูกรวมอยู่ในกำไรของบริษัทที่โดดเด่นอยู่แล้ว การที่เราไปให้น้ำหนักเพิ่ม โดยการให้ราคาหุ้นเมื่อเทียบกับกำไรหรือให้ค่า PE ของหุ้นที่สูงกว่าปกติก็อาจจะเป็นการ “คิดซ้ำ” นั่นคือให้ราคาแก่ฝีมือของผู้บริหารจากกำไรที่เพิ่มขึ้นแล้วยังเอากำไรมาขยายค่าด้วยค่า PE ที่เพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ผลก็คือ ทำให้ราคาหุ้นสูงลิ่ว ซึ่งอาจจะเป็นราคาที่สูงเกินพื้นฐาน

ที่พูดมาข้างต้นนั้นก็เป็นการพูดถึงโดยมีข้อสมมุติว่าเรารู้ว่าผู้บริหารเป็นคนมีฝีมือจริง แต่ในความเป็นจริง บ่อยครั้ง เราคิดว่าผู้บริหารมีฝีมือจากผลงานความสำเร็จในการทำธุรกิจที่เราเห็นอยู่ หรือ เป็นเรื่องของภาพพจน์ ซึ่งอาจจะทำให้เราหลงผิดคิดว่าผู้บริหารนั้นมีฝีมือดีเยี่ยมเกินความเป็นจริง แต่ถ้าวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งก็จะพบว่าความคิดนี้มีจุดอ่อนอยู่มาก

ความสำเร็จของผู้บริหารในการทำธุรกิจอย่างหนึ่งซึ่งทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถสูงนั้น ที่จริงอาจจะไม่ได้เกิดจากความสามารถเป็นหลัก แต่อาจจะเกิดจากโชคและปัจจัยอย่างอื่น เพราะถ้าเรามองย้อนหลังไปไกล ๆ อาจจะพบว่าคนที่ประสบความสำเร็จมากที่เราเห็นในวันนี้เคยทำธุรกิจมาหลายอย่างและก็ประสบความล้มเหลวมามาก ดังนั้นการพูดว่าผู้บริหารมีฝีมือสูงจึงอาจจะไม่จริง หรืออาจจะจริงก็ได้ แต่ความสำเร็จเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถบอกได้ ว่าที่จริง คนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจหนึ่งหลาย ๆ คนที่หันไปทำธุรกิจอีกอย่างหนึ่งจำนวนมากนั้น กลับไม่ประสบความสำเร็จเลย นี่ก็น่าจะเป็นตัวฟ้องว่า ฝีมืออาจจะไม่ได้เก่งอย่างที่คนคิด

ฝีมือของผู้บริหารบางทีก็อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากสภาวะของธุรกิจที่เอื้ออำนวยมาก เช่น อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของสภาวะความต้องการ อาจจะมีการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างมากและบริษัทอยู่ในจุดที่สามารถฉกฉวยประโยชน์ได้เต็มที่ และในกระบวนการนั้น ทำให้บริษัทก้าวโดดเด่นขึ้นมา และทำให้ผู้บริหารกลายเป็น “ซุปเปอร์สตาร์” ในการบริหาร ทั้งที่จริง ๆ แล้ว การบริหารอาจจะเป็นปัจจัยเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น

ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ในความเห็นของผม การลงทุนโดยเอาผู้บริหารเป็นตัวหลักในการตัดสินใจดูเหมือนจะมีความเสี่ยงสูง ตั้งแต่การวิเคราะห์ความสามารถผิดพลาด วิเคราะห์ถูกแต่ปัจจัยของความสำเร็จอาจจะขึ้นอยู่กับฝีมือผู้บริหารเพียงส่วนน้อยส่วนใหญ่ขึ้นกับปัจจัยอื่น หรือ วิเคราะห์ถูกและความสำเร็จของธุรกิจก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารมากแต่ผู้บริหารไม่ได้อยู่ตลอดไปและการสร้างผู้บริหารใหม่ที่มีความสามารถเท่ากันอาจจะไม่สำเร็จ สุดท้ายทุกอย่างอาจจะดีหมด แต่ผู้บริหารที่เก่งกาจนี้อาจจะขาดธรรมาภิบาลซึ่งแทนที่จะทำให้ผู้ถือหุ้นได้ประโยชน์ก็กลับเสียหาย อย่างที่บัฟเฟตต์พูดไว้ว่า

“ในการมองหาคนที่จะจ้างมาทำงาน คุณมองหาคุณสมบัติ 3 ข้อ ความซื่อสัตย์ ความสามารถ และความขยันขันแข็ง และถ้าเขาไม่มีข้อแรก อีก 2 ข้อจะฆ่าคุณ ลองคิดดู มันเป็นความจริง ถ้าคุณจ้างคนที่ไม่มีข้อแรก คุณก็อยากจะให้เขาโง่และขี้เกียจ”

ในการลงทุนนั้น ผมเองก็อยากได้ผู้บริหารที่มีทั้ง 3 ข้อข้างต้น และถ้าเขาขาดข้อแรก ไม่ว่าข้อสองหรือสามจะเป็นอย่างไรผมก็จะขอผ่าน

ไม่มีความคิดเห็น: