วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

เล่นหุ้นต้องมี Story

เล่นหุ้นต้องมี Story
โลกในมุมมองของ Value Investor
ก่อนที่จะลงทุนซื้อหุ้น ผมคิดว่าเราจะต้องคิดก่อนว่าเราซื้อเพราะอะไร เหตุผลที่เราใช้ในการตัดสินใจซื้อหุ้นนี้ ปีเตอร์ ลินซ์ เรียกว่า Story ซึ่งเขาบอกว่าควรเป็นเรื่องหรือเหตุผลสั้น ๆ ที่สามารถอธิบายได้ภายใน 2 นาที

Story ที่จะใช้ในการซื้อหุ้นนั้นแน่นอนว่า ควรเป็นเรื่องที่จะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตามที่เราคาด เรื่องราวของหุ้นที่ใช้กันเป็นประจำมีมากมายผมจะลองยกมาเป็นตัวอย่างเพื่อให้นักลงทุนเอาไปสร้างเรื่องของตนเองดังต่อไปนี้บริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้น นี่เป็น Story ที่สำคัญที่สุดในการเลือกหุ้น แต่จะต้องอธิบายต่อว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนและเพราะอะไร


ปริมาณหน่วยการขายเพิ่ม เป็น Story ที่ใช้กันมาก เพราะในแต่ละช่วงเวลาก็จะมีอุตสาหกรรมหรือบางธุรกิจที่เติบโตเร็วกว่าปกติ เช่น ธุรกิจมือถือ รถยนต์ วัสดุก่อสร้าง ตั้งแต่ ปูน กระเบื้องปูพื้นและผนัง เหล็ก ไก่ อาหารทะเล การใช้บริการทางด่วน ฯลฯ โดยที่ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการไม่ได้เพิ่มเร็วเท่ากัน ดังนั้นบริษัทก็จะมียอดขายเพิ่มและเพราะฉะนั้นกำไรจึงเพิ่มขึ้น

ราคาสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้น นี่ก็เป็นเรื่องที่ใช้กันมากโดยเฉพาะกับธุรกิจโภคภัณฑ์ที่ราคาสินค้าขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นวัฎจักรตลอดเวลา หุ้นของบริษัทที่จะใช้ Story นี้มีมากมายตั้งแต่ ธุรกิจน้ำมัน ไก่ กุ้ง เหล็ก ซีเมนต์ รวมไปถึงการขนส่งทางเรือ ทางด่วน การโฆษณาทางทีวี ฯลฯ ในหลาย ๆ กรณี การปรับขึ้นของราคาสินค้าทำให้ผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพราะต้นทุนมักจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ามาก

การขยายโรงงานหรือกำลังการผลิต โดยที่คาดว่าสินค้าที่เพิ่มขึ้นจะสามารถขายออกไปได้มากหรือเกือบทั้งหมดในระยะเวลาอันสั้นเนื่องจากความต้องการมีมากกว่าผลผลิตมากก็เป็นอีกStory หนึ่งที่มีพลังรุนแรง เพราะถ้าเรื่องเป็นจริงก็จะหมายความว่า กำไรของบริษัทจะพุ่งขึ้น ในหลาย ๆ กรณีบริษัทมักจะเป็นผู้ส่งออกซึ่งมีความต้องการจากตลาดโลกที่สูงมากมารองรับการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

การลดลงของต้นทุนนั้นเป็น Story ที่จะ “เล่น”ได้เช่นเดียวกันแม้ว่าจะมีบริษัทที่เข้าข่ายไม่มากเท่าการเพิ่มของยอดขาย ส่วนใหญ่ของ Story นี้น่าจะมาจากการที่บริษัทใช้วัตถุดิบที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์เช่น ข้าวสาลี ตะกั่ว มาใช้ในการผลิตสินค้าที่ไม่ใช่โภคภัณฑ์ เพราะฉะนั้นเมื่อราคาวัตถุดิบลดลงในขณะที่ราคาขายสินค้ายังคงเดิม กำไรก็จะเพิ่มขึ้น

ที่พูดมานี้ก็คือ Story ที่บริษัทจะมีกำไรเพิ่มซึ่งอาจจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น แต่ Story ว่าธุรกิจจะมีกำไรดีเหมือนเดิม บางทีก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะถ้ากำไรของเดิมหรือกำไรไตรมาศล่าสุดนั้นค่อนข้างดี แต่ราคาหุ้นยังต่ำมากเพราะนักลงทุนอาจะยังไม่ค่อยแน่ใจว่ากำไรที่เห็นจะดำรงอยู่ต่อไปได้หรือไม่ บางกรณี Storyที่บอกว่ากำไรจะยังเท่าเดิมนั้นอาจจะดีกว่ากำไรเพิ่มด้วยซ้ำ เพราะความเสี่ยงที่ Story จะไม่เป็นจริงนั้นต่ำกว่า

นอกจาก Story กำไรเพิ่มแล้ว การจ่ายปันผลก็เป็น Story ที่ใช้กันมากโดยเฉพาะในด้านของนโยบายการจ่ายปันผลเช่น บริษัทเคยจ่ายปันผลในอัตราที่ต่ำด้วยเหตุผลว่าต้องการเก็บเงินไว้ขยายงาน จ่ายคืนหนี้ หรือเพื่อความมั่นคงของกิจการ แต่ด้วยฐานะการเงินที่ดีขึ้น หรือความต้องการเงินเพื่อการลงทุนลดลง บริษัทจะจ่ายเงินปันผลในอัตราที่เพิ่มขึ้น หรือบริษัทอาจจะประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล หรือเปลี่ยนนโยบายเป็นจ่ายปันผลปีละหลายครั้ง เหล่านี้มักมีส่วนที่จะขับดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นได้

นอกจาก Story ที่เป็นเรื่องพื้นฐานหลัก ๆ ของกิจการแล้ว Story อื่น ๆที่มักมีส่วนในการขับเคลื่อนราคาหุ้น และนักลงทุนในตลาดไทยชอบใช้ในการพิจารณาลงทุนยังมีอีกหลายเรื่องดังต่อไปนี้

การปรับลดค่าพาร์หรือมูลค่าจดทะเบียนของหุ้นเช่นจากหุ้นละ 10 บาทเป็นหุ้นละ 1 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นที่สูงเป็นหลักร้อยบาทเหลือเป็นหลักสิบบาท ก็มีส่วนในการกระตุ้นให้ราคาหุ้นปรับตัวได้เร็วขึ้น Storyนี้มักจะเป็นส่วนประกอบที่นักลงทุนใช้อยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะกับหุ้นที่มีราคาสูงและดูแล้วเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นใหญ่น่าจะยอมปรับ Parลงมาตามกระแสและความต้องการของตลาดหลักทรัพย์ที่จะทำให้หุ้นมีสภาพคล่องดีขึ้น

การแจก Warrant ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมเคยเป็น Story ที่เฟื่องฟูมาในช่วงหนึ่ง แต่ในระยะหลังนี้บริษัทที่อยากจะแจก Warrant คงจะเหลือน้อยลง แต่ผมคิดว่า Story เรื่องนี้ก็จะยังคงมีอยู่ต่อไปตราบที่ผลของมันยังทรงพลังโดยเฉพาะกับหุ้นที่เป็นที่นิยมของนักเก็งกำไรทั้งหลาย

Story ที่ประยุกต์ได้กับหุ้นเพียงไม่กี่บริษัท แต่น่าจะมีผลต่อราคาหุ้นก็คือการย้ายจากตลาดใหม่ (MAI) ไปอยู่บนกระดานหลัก ซึ่งว่าที่จริงไม่ได้มีผลอะไรในเชิงเศรษฐกิจเลย แต่นักลงทุนก็มักจะมองว่าหุ้นในตลาดใหม่มักจะให้ผลตอบแทนไม่ดีนักเมื่อเทียบกับหุ้นในกระดานหลัก เพราะฉะนั้นจึงไม่ใคร่สนใจที่จะลงทุน ดังนั้นการย้ายกระดานน่าจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น

การถูก Take Over เป็น Story ที่มีผลต่อราคาหุ้นสูงมาก แต่ Storyเรื่องนี้มักจะมาจาก “ข่าววงใน” ซึ่งบางทีก็ไม่ใช่หรือไม่แน่นอน ดังนั้นการใช้ Story นี้มาซื้อหุ้นจึงอาจจะค่อนข้างเสี่ยงมากยกเว้นว่าคุณจะมีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้จริง ๆ

เช่นเดียวกัน ข่าวที่รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐจะมาช่วย “อุ้ม” บริษัทก็เป็น Story ที่มีพลังสูงในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงพอสมควรและขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือได้ของแหล่งข่าว

การปรับโครงสร้างกับเจ้าหนี้สำเร็จ เป็น Story สุดท้ายที่ผมจะพูดถึง และน่าจะเป็น Story ที่โดดเด่นพอสมควรเนื่องจากราคาหุ้นมักจะปรับตัวขึ้นมาก เพราะนักลงทุนจะมองว่าเป็นหุ้นที่จะ Turn Around แต่ก็เช่นเดียวกับหลาย ๆ Story ที่มีความเสี่ยงสูง โอกาสขาดทุนก็มักมีมากโดยเฉพาะถ้าคุณเข้าไปซื้อหลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นไปสูงแล้วจากการเข้าไปซื้อของคนที่อยู่ “วงใน” จริง ๆ

ไม่มีความคิดเห็น: